พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์จะสมบูรณ์ได้ต้องประกอบด้วยโครงสร้างพื้นฐานที่เหมาะสม และองค์ประกอบหลักที่ครบถ้วน โดยในส่วนของโครงสร้างพื้นฐานประกอบด้วย
1. Telecommunication Infrastructure: โครงสร้างพื้นฐานทางโทรคมนาคม ควรมีอย่างเพียงพอและทั่วถึงในราคาที่ยอมรับได้ เพื่อให้การใช้งานสามารถกระจายออกไปได้ทั่วประเทศ เช่น โทรศัพท์ ระบบวงจรเช่า ใยแก้วนำแสง และระบบไร้สาย เป็นต้น
2. Internet Infrastructure: โครงสร้างพื้นฐานทางอินเทอร์เน็ต โดยการใช้บริการจากผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต (ISP) ทั้งที่เป็นการใช้บริการแบบส่วนบุคคลและแบบองค์กร ทั้งที่เป็นระบบหมุนโทรศัพท์ผ่านโมเด็มของเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล (Dial Up Service) หรือแบบเช่าสายสื่อสาร (Leased Line) เพื่อให้สมาชิกภายในองค์กรใช้ร่วมกันผ่านเครือข่ายขององค์กรเอง
3. Internet Software and Tools: ภาษาที่ใช้ในการเขียนโปรแกรมสำหรับใช้บนอินเทอร์เน็ต เช่น HTML, Java, ASP , และ DHTML เป็นต้น
องค์ประกอบหลักอื่น ๆ ได้แก่
ซอฟต์แวร์สำหรับการทำธุรกิจ เมื่อมีการทำเว็บไซต์แล้วควรใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เช่น เชื่อมต่อให้ครบวงจรทั้งระบบการชำระเงิน การนำข้อมูลมาใช้กับระบบภายในสำนักงาน (Back Office) การจัดการสินค้าคงคลัง การสั่งซื้อสินค้า และระบบการจัดส่ง เป็นต้นพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์จะสมบูรณ์ได้ต้องประกอบด้วยโครงสร้างพื้นฐานที่เหมาะสม และองค์ประกอบหลักที่ครบถ้วน โดยในส่วนของโครงสร้างพื้นฐานประกอบด้วย
4. Telecommunication Infrastructure: โครงสร้างพื้นฐานทางโทรคมนาคม ควรมีอย่างเพียงพอและทั่วถึงในราคาที่ยอมรับได้ เพื่อให้การใช้งานสามารถกระจายออกไปได้ทั่วประเทศ เช่น โทรศัพท์ ระบบวงจรเช่า ใยแก้วนำแสง และระบบไร้สาย เป็นต้น
5. Internet Infrastructure: โครงสร้างพื้นฐานทางอินเทอร์เน็ต โดยการใช้บริการจากผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต (ISP) ทั้งที่เป็นการใช้บริการแบบส่วนบุคคลและแบบองค์กร ทั้งที่เป็นระบบหมุนโทรศัพท์ผ่านโมเด็มของเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล (Dial Up Service) หรือแบบเช่าสายสื่อสาร (Leased Line) เพื่อให้สมาชิกภายในองค์กรใช้ร่วมกันผ่านเครือข่ายขององค์กรเอง
6. Internet Software and Tools: ภาษาที่ใช้ในการเขียนโปรแกรมสำหรับใช้บนอินเทอร์เน็ต เช่น HTML, Java, ASP , และ DHTML เป็นต้น
องค์ประกอบหลักอื่น ๆ ได้แก่
ซอฟต์แวร์สำหรับการทำธุรกิจ เมื่อมีการทำเว็บไซต์แล้วควรใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เช่น เชื่อมต่อให้ครบวงจรทั้งระบบการชำระเงิน การนำข้อมูลมาใช้กับระบบภายในสำนักงาน (Back Office) การจัดการสินค้าคงคลัง การสั่งซื้อสินค้า และระบบการจัดส่ง เป็นต้น
| ||||||||||||||||||||||||||||||||
E-Commerce กับ E-Business เหมือนหรือต่างกันอย่างไร | ||||||||||||||||||||||||||||||||
มีผู้คนจำนวนมากเข้าใจว่า e-Business ก็คือ e-Commerce และมักใช้ 2 คำนี้แทนกันอยู่เสมอ ซึ่งในความจริงแล้วทั้งสองคำมีความหมายไม่เหมือนกันทีเดียว e-Business มีความหมายในขอบเขตที่กว้างกว่า โดยหมายถึง การทำธุรกรรมทุกขั้นตอนในธุรกิจผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการซื้อขาย การติดต่อประสานงาน รวมถึงกิจกรรมต่างๆที่เกิดขึ้นภายในสำนักงานด้วย ในขณะที่ e-Commerce หรือ พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์จะเน้นเฉพาะการซื้อขายสินค้าหรือบริการผ่าน World Wide Web เท่านั้น จึงพูดได้ว่า e-Commerce เป็นเพียงส่วนหนึ่งของ e-Business เท่านั้น
| ||||||||||||||||||||||||||||||||
การพัฒนาพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ในประเทศไทยมีอุปสรรคใดบ้าง | ||||||||||||||||||||||||||||||||
อุปสรรคในการพัฒนาพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ที่สำคัญในประเทศไทยคือ การที่ประชาชนขาดความรู้ความเข้าใจที่ดีพอในพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ โดยมักมองว่าเป็นเรื่องของเทคโนโลยีที่ยุ่งยากซับซ้อน ต้องใช้เงินลงทุนสูง ผลตอบแทนที่ได้ไม่ชัดเจน อาจไม่คุ้มกับเงินลงทุนที่เสียไป จึงไม่กล้าที่จะนำพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์มาประยุกต์ใช้เข้ากับธุรกิจที่ตนมีอยู่
จากการสำรวจกลุ่มผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในประเทศไทย ประจำปี 2544 ระหว่างเดือนกันยายน-ตุลาคม ซึ่งจัดทำโดยศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) ภายใต้สำนักงานเลขานุการคณะกรรมการเทคโนโลยีสารสนเทศแห่งชาติ พบว่า ในความคิดเห็นของประชาชนทั่วไป ปัญหาสำคัญ 3 อันดับแรกของอินเทอร์เน็ต ได้แก่ ความล่าช้าของการสื่อสาร การประกอบไปด้วยแหล่งยั่วยุทางเพศ และ การขาดความเชื่อถือในเรื่องของบริการเครือข่าย (เช่น ปัญหาการเชื่อมต่อยากหรือ ปัญหาสายหลุดบ่อย) ซึ่งข้อมูลโดยละเอียด สรุปได้ผลดังนี้
![]() |
วันศุกร์ที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2556
การติดต่อทางพานิชอิเล็กทรอนิคส์
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น